ในยุคที่การใช้งานสมาร์ตโฟนเต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญ ทั้งรหัสผ่าน บัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัว ความปลอดภัยบน iPhone จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม มาดูวิธีตั้งค่า iPhone ให้ปลอดภัยขึ้น ง่าย ๆ แต่ช่วยปกป้องข้อมูลของคุณจากการรั่วไหลได้จริง ข้อมูลโดยสืบนครบาล iDMB พร้อมฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยบนอุปกรณ์ของเราด้วย
การตั้งค่าเบื้องต้นที่ทุกคนมองข้าม

1. การอัปเดต iOS อุปกรณ์ของคุณและแอปในเครื่องให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด – อีกนึงเรื่องที่หลาย ๆคนมองข้าม ข้อมูลความปลอดภัยในเครื่องของเราอาจรั่วไหลได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการไม่สามารถใช้งานแอพพลิเคชันบางแอพได้ และข้อผิดพลาดของระบบปฏิบัติการไม่ได้ถูกแก้ไข

2. ตั้งค่ารหัสผ่าน หรือการเปิดใช้สแกนหน้า – แนะนำควรเปิดใช้งานรหัสผ่าน 6 ตัวขึ้นไป เพื่อการรัดกุมและการเดาได้ยาก และการใช้งาน Face ID หรือ Touch ID ยังใช้ในการยืนยันการทำงานต่าง ๆ ภายในเครื่องเราได้อีกด้วย เช่น แอพพลิเคชันธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น

3. เปิดใช้งาน Find My iPhone – ค้นหาอุปกรณ์เมื่อเกิดการสูญหาย เผื่อเกิดเหตุการณ์ iPhone ของเราโดนขโมย หรือสูญหาย จะสามารถค้นหาตำแหน่งล่าสุดที่ iPhone เราอยู่ได้

4. เปิด “Safety Check” สำหรับคนที่กังวลว่าเคยแชร์ตำแหน่ง แชร์บัญชี หรือให้สิทธิ์บางอย่างกับคนอื่นไว้โดยไม่ตั้งใจ iPhone มีฟีเจอร์ การตรวจสอบด้านความปลอดภัย หรือ Safety Check สำหรับ iPhone ที่ใช้ iOS 16 ขึ้นไป โดย Apple ระบุว่าฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและอัปเดตการแชร์ข้อมูล รวมถึงจำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์และบัญชีได้
กดไปที่ ตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > การตรวจสอบด้านความปลอดภัย

5. เช็คไฟล์แปลกปลอม ถึงแม้บนอุปกรณ์ iPhone ของเราจะไม่สามารถลงแอพลิเคชันนอก App Store ได้ แต่เราสามารถถูกหลอกให้โหลดไฟล์แปลกปลอมได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน สามารถเช็กได้ด้วยการ กดไปที่ ตั้งค่า > ทั่วไป > การจัดการ VPN และอุปกรณ์

6. ปิดการแจ้งเตือนขณะแชร์หน้าจอ เป็นการปิดการแจ้งเตือนไม่ให้เห็นรหัส OTP ขณะแชร์หน้าจอ สามารถทำได้ด้วยการ
กดไปที่ ตั้งค่า > การแจ้งเตือน > การแชร์หน้าจอ

7. เปิด “ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย” หรือ “Stolen Device Protion” บน iPhone – กรณีที่ iPhone ถูกขโมยและมิจฉาชีพรู้รหัสปลดล็อกของเรา ฟีเจอร์นี้ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย จะเพิ่มขั้นตอนความปลอดภัยโดยบังคับใช้ Face ID หรือ Touch ID สำหรับการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น ปิดโหมดสูญหาย ย้าย eSIM ดูรหัสที่บันทึกไว้ ลบ Face ID เปลี่ยนรหัส Apple ID หรือจะปิดฟีเจอร์ ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย ต้องยืนยันตัวด้วย Face ID รอ 1 ชั่วโมง และยืนยันตัวด้วย Face ID อีกรอบนึง สามารถใช้ได้ใน iOS 17.3 ขึ้นไป สามารถกดไปที่ ตั้งค่า > Face ID และ รหัส และเปิดใช้งาน > ปกป้องอุปกรณ์เมื่อถูกขโมย
พฤติกรรมที่ช่วยให้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
นอกจากการตั้งค่า iPhone แล้ว พฤติกรรมการใช้งานก็สำคัญไม่แพ้กัน
• ไม่บอก OTP กับใคร ไม่ว่ากรณีใด
• ไม่กดลิงก์จาก SMS หรือแชทแปลก ๆ
• ไม่ติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
• ไม่แชร์หน้าจอกับคนแปลกหน้า
• ไม่โอนเงินเพราะถูกเร่งหรือขู่
• ตรวจชื่อผู้ส่ง อีเมล และโดเมนเว็บไซต์ก่อนล็อกอิน
• อัปเดต iOS และแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ
• ตั้งรหัสผ่านไม่ซ้ำกันในแต่ละบัญชี
• เช็กอุปกรณ์ที่เชื่อมกับ Apple Account เป็นประจำ
สรุป: ตั้งค่า iPhone ให้ปลอดภัย เริ่มได้จากไม่กี่เมนู
การป้องกันมิจฉาชีพบน iPhone ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด แค่เริ่มจากการเปิดฟีเจอร์สำคัญ เช่น ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย, Find My ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้นแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่ารีบเชื่อ อย่ารีบกด และอย่ารีบโอน” เพราะมิจฉาชีพมักใช้ความตกใจและความเร่งด่วนเป็นเครื่องมือหลอกเราเสมอ
หากต้องการให้ทีมช่วยแนะนำการตั้งค่า iPhone ให้ปลอดภัย หรืออยากตรวจสอบการใช้งาน iPhone เพิ่มเติม สามารถติดต่อ iStudio by UFicon ,U•Store by UFicon และ iMedic ได้ทุกสาขา เพื่อรับคำแนะนำในการใช้งาน Apple ให้มั่นใจยิ่งขึ้น
iMedic สาขาที่ให้บริการ
- Fashion Island ชั้น 2 (โทร: 085-221-9372)
- The Mall Lifestore Ngamwongwan ชั้น 9 (โทร: 090-305-2760)
- Robinson Trang ชั้น 2 (โทร: 092-268-9817)
💬 ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ผ่าน
- Line: @imedicthai
- Facebook : iMedic