ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจได้ยินเสียงไม่ชัดในบางสถานการณ์ เช่น ที่เสียงดังหรือระหว่างการประชุม และแม้ “เครื่องช่วยฟัง” จะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หลายคนยังไม่อยากใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง รู้หรือไม่ว่า AirPods ที่ใช้กันอยู่ทุกวัน สามารถช่วยขยายเสียงและปรับการฟังให้เหมาะกับผู้ใช้งานได้ ด้วยฟีเจอร์ช่วยการได้ยินจาก Apple ที่ใช้งานง่ายและยังคงความเป็นไลฟ์สไตล์ไว้ครบถ้วน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า AirPods สามารถเป็นตัวช่วยการได้ยินได้อย่างไร ใช้ฟีเจอร์อะไรบ้าง ตั้งค่ายังไง และเหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่า AirPods ของคุณ อาจเป็นตัวช่วยเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนคุณภาพการฟังในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น
Apple ได้พัฒนาอุปกรณ์เข้าสู่หมวดเทคโนโลยีสุขภาพ ซึ่ง AirPods Pro 2 ได้รับการรับการอนุมัติจาก FDA สหรัฐอเมริกาเป็นอุปกรณ์ฟังเพลงทั่วไปที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องช่วยฟังสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบคำสั่งจากแพทย์

สามารถใช้ได้ใน AirPods Pro 2 และ AirPods Pro 3 เปิดใช้ฟีเจอร์ “Hearing Aid” สามารถทดสอบการได้ยิน(Hearing Test) ผ่าน AirPods Pro 2 และ AirPods Pro 3 เมื่อจับคู่กับ iPhone/iPad ในระบบจะประเมินบกพร่องทางการได้ยิน และช่วยปรับเสียงแต่ละข้างให้เข้ากับการได้ยินของเราอัตโนมัติ ทั้งการโทร เพลง และอื่น ๆ โดยรองรับคุณสมบัติอุปกรณ์ช่วยฟังสำหรับ
ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

วิธีเปิด ฟีเจอร์ “Hearing Aid”
1. ใส่ AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 อยู่ในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวน เชื่อม AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 กับ iPhone หรือ iPad ที่อัปเดต iOS หรือ iPadOS 18 ขึ้้นไป
2. เข้าการตั้งค่า > ตั้งค่า AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 > กดฟีเจอร์ Take a Hearing Test จากนั้นทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ
3. เมื่อทดสอบเสร็จแล้วผลการทดสอบการได้ยินจะบอกประเภทการสูญเสียการได้ยินของคุณ


ระดับผลลัพธ์การวัดได้ยิน ระบบจะแสดงผลการทดสอบได้ยินเป็นหน่วยเดซิเบล (dBHL)
ไม่เกิน 25 dBHL : การได้ยินปกติ (Little to no hearing loss)
26-40 dBHL : สูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อย (Mild hearing loss)
41-60 dBHL : สูญเสียการได้ยินระดับปานกลาง (Moderate hearing loss)
61-80 dBHL : สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง (Severe hearing loss)
ฟีเจอร์ Media Assist
หลังจากที่เราได้ทดสอบการได้ยินฟีเจอร์ “Hearing Aid” เรียบร้อยแล้ว หากผลทดสอบของคุณอยู่ในระดับการสูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง จะสามารถเปิดใช้งาน Media Assist
เพื่อปรับปรุงเสียงสำหรับสื่อต่าง ๆ
1. การตั้งค่า > ชื่อ AirPods Pro ของคุณ
2. ไปที่สุขภาพการได้ยิน > แตะ Media Assist และเปิดใช้งาน
3. เลือก “ใช้ผลการทดสอบการได้ยิน” AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 ของคุณจะปรับเสียงการโทร เพลง วิดีโอ จะปรับให้เหมาะสมกับโปรไฟล์การได้ยินให้อัตโนมัติ
AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 ใช้แทนเครื่องช่วยฟัง เหมาะสำหรับใคร
1. เหมาะสำหรับคนที่มีระดับสูญเสียการได้ยินในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง – เป็นทางเลือกให้สำหรับคนที่ไม่อยากใช้อุปกรณ์ช่วยฟังที่มีราคาแพง
2. ผู้ที่ต้องการใช้ฟีเจอร์ควบคู่กับอุปกรณ์เดิมที่ตัวเองมีอยู่แล้ว เช่น iPhone iPad
ข้อเสียสำหรับ AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 ใช้แทนเครื่องช่วยฟัง
1. หากใส่ AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 แทนเครื่องช่วยฟังระยเวลานานอาจเกิดอาการหูอื้อได้
2. AirPods Pro 2 หรือ AirPods Pro 3 ใช้แทนเครื่องช่วยฟังหากเปิดใช้งานโหมด “Hearing Aid” จะทำให้แบตเตอรี่ลดลงเร็ว
สรุป
ฟีเจอร์ Hearing Aid เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาการได้ยินเล็กน้อยถึงปานกลางผู้ที่ไม่อยากใช้เครื่องช่วยฟัง ฟีเจอร์ Hearing Aid ของทั้งสองรุ่นเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และช่วยให้การฟังเสียงรอบตัวในสภาพแวดล้อมหรือเสียงเบา ๆ ทำได้ดีขึ้น
iMedic by UFicon พนักงานที่ได้รับการรับรองจาก Apple ที่พร้อมดูแลและให้บริการซ่อมด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญ และอะไหล่แท้มาตรฐาน Apple
📍 สามารถเข้ารับบริการได้ที่ทั้ง 3 สาขา
• Fashion Island ชั้น 2 ติดต่อ 085-221-9372
• The Mall Lifestore Ngamwongwan ชั้น 9 ติดต่อ 090-305-2760
• Robinson Trang ชั้น 2 ติดต่อ 092-268-9817
💬 ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ผ่าน Line: @imedicthai หรือ Facebook : iMedic