หลัง iPhone ตกน้ำ ต้องรีบทำสิ่งนี้ก่อนสายเกินไป 📱💦

อุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่กลับเกิดขึ้นได้เสมอ“iPhone ตกน้ำ” ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ทำเครื่องหล่นอ่างล้างมือ เผลอใส่ไปในเครื่องซักผ้า หรือถูกฝนสาดจนเปียกทั้งเครื่อง แม้ว่า iPhone รุ่นใหม่ ๆ จะมาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำ แต่ความสามารถนี้มีขีดจำกัด และไม่ใช่การกันน้ำแบบถาวรหรือในทุกสถานการณ์

หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่เครื่องไม่ดับก็แปลว่ารอดแล้ว แต่ในความเป็นจริง ความชื้นที่ซึมเข้าไปในตัวเครื่องอาจเริ่มทำลายวงจรภายในอย่างช้า ๆ โดยไม่รู้ตัว หากไม่รีบจัดการอย่างถูกวิธี อาจทำให้เครื่องเสียถาวร ซ่อมไม่ได้ หรือสูญเสียข้อมูลสำคัญทั้งหมดไปในพริบตา
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับขั้นตอนที่ควรทำทันทีหลัง iPhone ตกน้ำ พร้อมคำแนะนำที่ถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลจริง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน iPhone ของคุณ และป้องกันความเสียหายก่อนจะสายเกินไป! 

iPhone แต่ละรุ่นทนน้ำ ทนฝุ่นได้ระดับไหน

iPhone รุ่นเหล่านี้สามารถทนน้ำ ทนฝุ่น และผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 

• iPhone 16e

• iPhone 14 Pro

• iPhone 11

• iPhone 16

• iPhone 14 Pro Max

• iPhone 11 Pro

• iPhone 16 Plus

• iPhone 13

• iPhone 11 Pro Max

• iPhone 16 Pro

• iPhone 13 mini

• iPhone XS 

• iPhone 16 Pro Max

• iPhone 13 Pro

• iPhone XS Max

• iPhone 15

• iPhone 13 Pro Max

• iPhone XR

• iPhone 15 Plus

• iPhone 12

• iPhone X

• iPhone 15 Pro

• iPhone 12 mini

• iPhone 8

• iPhone 15 Pro Max

• iPhone 12 Pro

• iPhone 8 Plus

•iPhone 14

• iPhone 12 Pro Max

• iPhone 7

• iPhone 14 Plus

• iPhone SE (รุ่นที่ 2)

• iPhone 7 Plus

iPhone แต่ละรุ่นทนน้ำ ทนฝุ่นได้ระดับไหน

iPhone รุ่นเหล่านี้สามารถทนน้ำ ทนฝุ่น และผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้


รุ่นต่างๆ เหล่านี้มีระดับอยู่ที่ IP68 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)

• iPhone 16e

• iPhone 14 Pro

• iPhone 16

• iPhone 14 Pro Max

• iPhone 16 Plus

• iPhone 13

• iPhone 16 Pro

• iPhone 13 mini

• iPhone 16 Pro Max

• iPhone 13 Pro

• iPhone 15

• iPhone 13 Pro Max

• iPhone 15 Plus

• iPhone 12

• iPhone 15 Pro

• iPhone 12 mini

• iPhone 15 Pro Max

• iPhone 12 Pro

•iPhone 14

• iPhone 12 Pro Max

• iPhone 14 Plus


รุ่นต่างๆ เหล่านี้มีระดับอยู่ที่ IP68 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 4 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)

• iPhone 11 Pro

• iPhone 11 Pro Max


iPhone แต่ละรุ่นทนน้ำ ทนฝุ่นได้ระดับไหน


iPhone รุ่นเหล่านี้สามารถทนน้ำ ทนฝุ่น และผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ 

รุ่นต่างๆ เหล่านี้มีระดับอยู่ที่ IP67 ตามมาตรฐาน IEC 60529 (ความลึกไม่เกิน 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)

• iPhone SE (รุ่นที่ 2)

• iPhone 8

• iPhone SE (รุ่นที่ 3)

• iPhone 8 Plus

• iPhone XR

• iPhone 7

• iPhone X

• iPhone 7 Plus


iPhone มีความสามารถการทนน้ำ ทนฝุ่น ไม่ถาวรประสิทธิภาพการทำงานอาจลดลง


รุ่นต่อไปนี้ทนต่อน้ำที่ทำหกใส่โดยไม่ได้ตั้งใจรวมถึงของเหลวทั่วๆ ไป อย่างเช่น น้ำอัดลม เบียร์ กาแฟ ชา และน้ำผลไม้

• iPhone 16e

• iPhone 14 Pro

• iPhone 11

• iPhone 16

• iPhone 14 Pro Max

• iPhone 11 Pro

• iPhone 16 Plus

• iPhone 13

• iPhone 11 Pro Max

• iPhone 16 Pro

• iPhone 13 mini

• iPhone XS 

• iPhone 16 Pro Max

• iPhone 13 Pro

• iPhone XS Max

• iPhone 15

• iPhone 13 Pro Max

• iPhone XR

• iPhone 15 Plus

• iPhone 12


• iPhone 15 Pro

• iPhone 12 mini


• iPhone 15 Pro Max

• iPhone 12 Pro


•iPhone 14

• iPhone 12 Pro Max


• iPhone 14 Plus

• iPhone SE (รุ่นที่ 2)



หลีกเลี่ยงให้ iPhone สัมผัสสารเคมีเช่น สบู่ สารซักฟอก น้ำหอม โลชั่น ครีมกันแดด น้ำมัน ผลิตภัณฑ์กำจัดกาว น้ำยาย้อมผม นอกจากนี้ ประสิทธิภาพการกันน้ำของ iPhone ยังลดลงตามระยะเวลาการใช้งาน เช่น ซีลยางที่เสื่อมสภาพเมื่อใช้ไปนาน ๆ หรือหาก iPhone ตกน้ำทะเลบ่อย ๆ เกลือในน้ำอาจกัดกร่อนชิ้นส่วนภายใน ทำให้เครื่องเสียหายได้ง่ายขึ้นในอนาคต 

5 สิ่งที่ควรรีบทำก่อนสายเกินไป เมื่อทำเครื่องตกน้ำ

1. ปิดเครื่องทันที – สิ่งสำคัญหลังจากโดนน้ำคือการปิดเครื่องทันที เนื่องจากน้ำอาจซึมเข้าภายในอุปกรณ์ของเรา และห้ามเสียบอุปกรณ์ชาร์จอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้อาจทำให้ภายในช็อตและเกิดความเสียหายได้ ควรรออย่างน้อย 5 – 24 ชั่วโมงก่อนเสียบอุปกรณ์ชาร์จอีกครั้ง

2. ถอดเคสออกและเช็ดภายนอกให้แห้ง – การใส่เคสไว้ในขณะที่ตัวเครื่องเปียกจะทำให้น้ำอยู่บริเวณเคสซึมเข้าช่องว่างภายในเครื่อง โดยเฉพาะบริเวณถาดซิม ซับด้วยผ้าแห้ง ผ้าไม่เป็นขุยใช้ในการเช็ด

3. วาง iPhone ไว้ในที่อากาศถ่ายเท – หากต้องการให้ iPhone ของเราแห้งเร็ว ให้วาง iPhone คว่ำช่องต่อ Lightning หรือ USB-C และใช้มืิอเคาะเบาๆ เพื่อเอาน้ำออกจากตัวเครื่อง 

4. หลีกเลี่ยงการใช้ลมร้อนเป่าเครื่อง – แนะนำให้ใช้พัดลมเย็นเป่าช่องต่อ Lightning หรือ USB-C ไม่ควรใช้ลมร้อนเป่า หรือใช้สำลีก้าน กระดาษชำระ เช็ดเข้าในช่อง Lightning หรือ USB-C

5. ถอดถาดซิมออก – เมื่อเราเช็ด เป่า iPhone ของเราจนแห้งแล้ว การคว่ำช่องถาดซิมลงเป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยให้น้ำที่ติดบริเวณถาดซิมไหลออกมา โดยไม่ไหลเข้าตัวเครื่อง

ความเชื่อผิด  ๆเกี่ยวกับ iPhone ตกน้ำ – การเอา iPhone แช่ถังข้าวสาร อาจทำให้เกิดปัญหามากขึ้น เพราะเศษฝุ่น เข้าไปในตะแกรงลำโพงหรือเข้าไปตามช่องต่าง ๆ ภายใน iPhone

เราสามารถไล่น้ำออกจากลำโพงได้ ด้วยคำสั่งลัด Eject Water จะช่วยในการไล่น้ำออกจากตะแกรงลำโพง iPhone แนะนำให้ทำหลังจาก iPhone แห้งสนิท

สรุป หาก iPhone ตกน้ำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความเร็วในการรับมือ” ยิ่งทำถูกขั้นตอนเร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดของเครื่องก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญที่สุด 

หาก iPhone ของคุณเจอน้ำแล้วมีอาการผิดปกติ อย่ารอให้เครื่องพัง รีบมาให้เราช่วยเช็กอาการหรือซ่อมด่วนได้เลยที่ iMedic ทั้ง 3 สาขา
 • 🛠 Fashion Island ชั้น 2
     โทร: 085-221-9372

  • 🛠 The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ชั้น 9
    โทร: 090-305-2760
  • 🛠 Robinson ตรัง ชั้น 2
    โทร: 092-268-9817

💬 ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ผ่าน
Line: @imedicthai
Facebook: iMedic

Credit : รูปภาพจาก https://support.apple.com/th-th/102643

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

UFicon
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.